ถึงช่วงนั้นแล้วหรือเนี่ย...
posted on 13 Nov 2009 23:24 by bk01 in About-me, Otherสวัสดีครับ
วันนี้คงจะเป็นentryในเรื่องส่วนตัวของผมซักหน่อยครับ...
เพื่อนๆและผู้ชมบล็อกทุกท่านเคยสังเกตตัวเองไหมว่าตัวเองแปลกๆไปในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ซึ่งอาจจะกลายเป็นที่สังเกตจากคนรอบข้างที่รู้จักเราโดยที่เราไม่รู้ตัว (แต่คนอื่นเดาออก) ...ใช่ครับ ผมกำลังอยู่ในช่วงเวลานั้น โดยที่ผมก็เพิ่งจะรู้ตัวซักวันสองวันก่อนว่าแปลกไปเพราะอะไร
อาการของผมช่วงไม่เกินสองอาทิตย์ที่ผ่านมาคือ
-หงุดหงิดง่าย
-เบื่ออาหาร
-อยากอยู่คนเดียว แต่อยากให้มีคนมาสนใจบางครั้ง (ชาวบ้านเขาเรียกว่าเหงา)
-เหม่อลอย
-ไม่อยากคุยกับพ่อแม่
-อิจฉาพวกมีคู่
-ใช้จ่ายเงินบางส่วนโดยไม่จำเป็น
-ผรุสวาท เกินความจำเป็น
-ไม่อยากมองหน้าใคร
-หาเรื่องเครียดๆทำเรื่อยๆ
จากอาการดังกล่าว เพื่อนสนิทและพี่นับถือสรุปได้โดยที่ผมยังไม่ปริปากบอกอาการเลยด้วยซ้ำว่า นี่คืออาการของคนโสด ที่เห็นคนอื่นมีแฟนแล้วอยากมีบ้าง ...อืม เป็นไปได้ ไม่ใช่สิ...ใช่เลยต่างหาก ความรู้กสึกเหล่านี้ได้ซ่อนไว้ใต้อาการที่แสดงออกมาอย่างนั้นโดยผมไม่รู้ตัวแม้จะรู้สึกได้แต่ก็บรรยายออกมาไม่ถูก และยิ่งเมื่อวานได้คุยกับเพื่อนผู้หญิงสมัยมัธยมปลายที่สนิทอีกคนหนึ่ง(มีแฟนไปแล้ว)แล้วดันไปสะดุดกับคำว่า "ตราบใดที่นิสัยแกเป็นอย่างนี้ คงต้องนอนคนเดียวไปจนตาย" ...เหอะๆ ซักพักก็มีรุ่นพี่ผู้หญิง(มีแฟนแล้ว)อีกคนหนึ่งโทรมาคุยด้วย จนผมรู้สึกอดอิจฉาคนที่มีแฟนไม่ได้ (ถ้ามีแฟนแล้วมีความสุข...หมายถึงไม่ทุกข์อ่ะนะ = = )
คาดว่าเรื่องราวทั้งหมดคงเริ่มมาจากเมื่อเดือนที่แล้วที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนและรุ่นพี่ที่ไม่ได้เจอกันมานาน (คนละกลุ่มกับด้านบน) ต่างคนต่างก็เริ่มคบหาเพศตรงข้ามกันมากขึ้น ซึ่งตอนที่เจอกันก่อนครั้งล่าสุดทุกคนยังไม่มีแววเลย(ท่าทางต้องถอนคำสบประมาทเสียแล้วสินะ ฮ่าฮ่าฮ่า) และก็น่าจะเป็นชนวนเหตุก่อนที่จะมาลุกลามจริงตอนที่เพื่อนสนิทได้ come back กับแฟนเก่า
เคยได้ยินคำว่า ซึนเดเระ ไหมครับ เป็นคำที่ใช้เรียกพวก "ปากไม่ให้ แต่ใจรัก" โดยสังเขป กรณีของผมคงเรียกอย่างนั้นได้ แต่คำพูดของผมมันไม่ใช่ประโยคปฏิเสธแบบพวกซึนฯน่ะสิ บางครั้งน่ะปล่อยสิงสาราสัตว์ออกมาชัดๆ เลยทำให้ผู้หญิงเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ จนเพื่อนผู้หญิงสมัยมัธยม(ข้างบน)บอกว่า "หัดปากหวานบ้างสิ ผู้หญิงเขาชอบผู้ชายปากหวานนะ" ...เฮ้อ ก็จนปัญญาล่ะครับ ไม่ไหวอ่ะ - - ยอมรับเลย นิสัยของผมเวลาอายทีไรหาเรื่องด่าได้ทุกที = = (เลวใช้ได้เลยใช่มะ)
...อีกเหตุผลหนึ่งที่น่าจะเป็นเหตุผลใหญ่ที่สุดและสำคัญมากคือ ความสับสนในจิตใจ ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวฐานะปลานกลางระดับค่อนไปทางติดลบ ไม่ใช่ไม่รักกันนะ แต่ด้วยปัญหาบางประการที่เล่าไม่ได้จึงทำให้มีสถานะดังกล่าว ประมาณว่า"ไม่เต็มที่"กับหลายๆด้าน ผมจึงต้องเลือกระหว่างครอบครัวและส่วนตัว แม้ทางครอบครัวจะบอกว่าไม่เป็นไร พยายามให้เลี้ยงตัวเองให้ได้ในอนาคตก็ดีแล้ว ไม่ต้องส่งเสียให้ครอบครัวหรอก...แม้ขณะนี้ผมจะยังเรียนอยู่ อีกไม่นานก็คงจะจบ ผมก็ไม่สามารถปล่อยทางครอบครัวไปได้ครับ ผมเองต้องเริ่มต้นจากศูนย์และยังต้องพยายามเพื่อครอบครัวแน่นอน.....แต่ในบางครั้งผมก็อยากได้สิ่งที่เรียกว่าชีวิตวัยรุ่น ความสนุกสนาน ความเอาแต่ใจ ทำอะไรสบายๆ มีแฟน บลาๆๆๆๆ มันก็ไม่สามารถทำได้ครับแม้จะมีคำพูดกล่าวว่า "ชีวิตนี้มีครั้งเดียว อยากจะทำอะไรก็ทำซะ" แต่ดวยความจำกัดที่ผมมี(หรืออาจจะเรียกว่า "ข้ออ้าง" เสียมากกว่าในความรู้สึกของบางคน) ผมจึงลังเล ไม่ตัดสินใจจะจีบใครแน่นอนซักทีด้วยเหตุผลเดียวกับ ฮายาเตะ (ในหนังสือการ์ตูนเรื่อง ฮายาเตะ พ่อบ้านประจัญบานเล่ม 9) ที่พูดว่า "ถ้ามีแฟน ก็ต้องมีปัญญาเลี้ยงดู" ....อื้มก็จริงนะ ใครอยากจะมาอยู่กับคนที่ไม่มีหลักในชีวิตถูกไหม?
สิ่งที่ทำได้ในช่วงนี้คือหาเรื่องที่มันทำให้คิดถึงเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องหาแฟนครับ ซึ่งพอเอาเข้าจริงแล้วก็ไม่ใช่ไม่ดี แต่กลับทำให้เครียดกว่าเดิมอีก(ในเรื่องที่ทำ.....ก็มีแต่เรียน อ่านหนังสือพิมพ์ ซึ่งปัจจุบันก็รู้ๆกันอยู่ว่ามีข่าวอะไร) ถ้าไม่ทำมันก็จะทำให้ใจเหม่อลอยและกลับไปคิดเรื่องหาแฟนอีก แปลกดีนะ "สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ" พ่อเคยสอนไว้ แต่ผมกลับเลือกที่จะทุกข์มากกว่า หมายถึงเลือกที่จะเก็บอารมณ์ไว้มากกว่า ไม่อยากทำให้คนอื่นหัวเสีย หรือพูดว่า "อะไรวะ หมอนี่ แค่เรื่องแฟนแค่นี้คิดมากไปได้" (ก็ถูก บางคนมันก็เห็นว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับบางคนก็เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่)
สิ่งที่ภาวนาต่อไปจากนี้ ไม่ใช่ขอให้ได้แฟนในสามวันเจ็ดวัน ไม่ใช่ขอให้ใครมาสงสาร ไม่ใช่ต้องการเป็นจุดเด่น แต่อยากขอให้เก็บอารมณ์หงุดหงิดได้และขอให้สภาพจิตใจในช่วงเวลานี้ผ่านไปด้วยดี มันคงจะทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นบ้างล่ะนะ
จบแล้วครับ
ขอบคุณมากๆครับที่ติดตาม
/サク..."の"... マ\[Impact]