About-me

สวัสดีครับ

 

ไม่ได้อัพเดทบล็อกมานานมากแล้ว วันนี้ผมขอนำเสนอบทความแนะนำการ์ตูนเรื่องนึงให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ

 

มารู้จักกับ My Little Pony: Friendship Is Magic กันเถอะ

 

หากจะให้ยกตัวอย่างการ์ตูนสัญชาติอเมริกันสนุก ๆ ซักเรื่องหนึ่ง หลายต่อหลายคนคนนึกไปถึงการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ของค่าย มาร์เวล หรือ ดีซีคอมมิกส์ หรือ การ์ตูนของค่ายการ์ตูนเน็ตเวิร์คอย่างเป็นแน่  แต่รู้หรือไม่ว่ามีการ์ตูนอีกเรื่องหนึ่งที่ถูกกล่าวขวัญกันโลกอินเตอร์เน็ตในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา  ทั้ง ๆ ที่เป็นการ์ตูนซึ่งถูกสร้างมาโดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 6 ขวบ แต่ผู้ชมส่วนใหญ่กลับเป็นผู้ชายที่มันตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยทำงานเลยทีเดียว เรื่องนั้นคือ My Little Pony: Friendship Is Magic

เดิมที My Little Pony นั้นเป็นผลงานที่ถูกสร้างสรรค์โดย คุณ Bonnie Zacherle นักวาดภาพประกอบชาวสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1983 ภายใต้บริษัทผลิตของเล่นชื่อดัง Hasbro และถูกสร้างเป็นอนิเมชั่นในปี 1984 ซึ่งมีผู้สนใจอยู่จำนวนไม่น้อย นั่นถือว่าเป็นยุคแรกของ My Little Pony

 

(My Little Pony ฉบับทีวีอนิเมชั่น ปี 1984)

 

(ภาพคุณ Bonnie Zacherle กำลังวาดภาพและแจกลายเซ็นในงาน Comic Con 2009)

แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดของสิ่งที่จะกล่าวถึง เพราะเมื่อทีวีอนิเมชั่น My Little Pony: Friendship Is Magic อันถือว่าเป็นยุคที่ 4 ของเรื่องซึ่งออกอากาศไปเมื่อ เดือนตุลาคม ปี 2010 โดยสถานีโทรทัศน์ช่อง The Hub ก็เกิดกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจนต้องสร้างซีซั่น 2 ใน ปี 2011 (ขณะกำลังเขียนบทความชิ้นนี้ ก็ได้รับการยืนยันแล้วว่าภาค Friendship Is Magic กำลังจะมีซีซั่น 3)

 

(ภาพจากการ์ตูน My Little Pony: Friendship Is Magic ซีซั่นแรก)

หลายคนอาจสงสัยว่าการ์ตูนเรื่องนี้คงมีกลุ่มคนดูดังกล่าวคงเป็นเด็กผู้หญิงอายุไม่น่าเกิน 10 ขวบแล้วทำไมถึงได้รับความนิยมล้นหลามขนาดนี้? กระแสนิยมในการ์ตูน My Little Pony: Friendship Is Magic เกิดจากเหล่าผู้ชมที่ชื่นชอบและนำมาพูดคุยกันในอินเตอร์เน็ต  ซึ่งผู้ชมเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นผู้ชายมีตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงวัยทำงาน กลุ่มคนเหล่านี้ชื่นชอบจนถึงตั้งกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Brony (Bro = เพื่อนพ้องผู้ชาย + Pony) ปัจจุบัน Brony ก็กลายเป็นคำใช้เรียกแทนกลุ่มคนที่ชื่นชอบการ์ตูนเรื่องนี้ไปโดยปริยายและไม่จำกัดเพศ

การที่ My Little Pony: Friendship Is Magic ได้รับความนิยมขนาดนี้ก็เป็นเพราะเนื้อหาที่ดูสนุก ไร้พิษภัย สอดแทรกสิ่งจรรโลงใจได้อย่างมีชั้นเชิง ไม่ได้นำเสนอแบบทื่อ ๆ เหมือนการ์ตูนเด็กทั่วไป รวมทั้งตัวละครที่น่ารักและมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทำให้ My Little Pony: Friendship Is Magic เข้าถึงกลุ่มคนดูทุกวัย ทั้งนี้ด้วยฝีมือของ คุณ Lauren Faust เจ้าของผลงาน The Powerpuff Girls อันเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เธอกล่าวไว้ด้วยว่า *“มีคนมากมายที่ชอบดูถูกผู้ชายที่ชอบอะไรเหมือนเด็กผู้หญิง ซึ่งตัวเธอคิดว่าไม่ยุติธรรมกับทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่เดิมสังคมมองว่าเรื่องของเด็กผู้หญิงเป็นสิ่งไร้สาระหรือไม่น่าใส่ใจ ซึ่งการที่ผู้ชายหันมาชื่นชอบการ์ตูนของเด็กผู้หญิงเพิ่มขึ้นเป็นการพิสูจน์ความเชื่อแต่เดิมที่เคยมีมาสมควรได้รับการปรับเปลี่ยนเสียที

(*ที่มา สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS)

 

(ภาพคุณ Lauren Faust)

เรื่องราวของ My Little Pony: Friendship Is Magic เกิดขึ้นในดินแดน Equestria ที่ที่มีเหล่าม้าน้อย (Pony) อาศัยอยู่รวมกันมากมาย ทไวไลท์ สปาร์กเคิ้ล (Twilight Sparkle) ม้าสาวน้อยตัวเอกของเรื่องถูกเจ้าหญิงเซเลสเชียล (Celestial) ผู้ปกครองแห่งดินแดน Equestria ส่งตัวลงมายังหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งชื่อ Ponyville เพื่อให้เรียนรู้ถึง “เวทย์มนต์แห่งมิตรภาพ” ที่นั่นเองทำให้ทไวไลท์ได้รู้จักผองเพื่อน และการผจญภัยต่าง ๆ มากมายจนเธอประทับใจอย่างไม่มีวันลืม

 

แนะนำตัวละครหลัก

ทไวไลท์ สปาร์กเคิ้ล (Twilight Sparkle)

 

ยูนิคอร์น (Unicorn Pony) เพศหญิง

อาชีพ  นักเรียนเวทย์มนต์ในเจ้าหญิงเซเลสเชียล, บรรณารักษ์ของ Ponyville

ทไวไลท์เป็นตัวเอกของเรื่อง แรกเริ่มเดิมทีเธออยู่ที่เมือง Canterlot ที่โอ่อ่า ต่อมาเจ้าหญิงเซเลสเชียลในฐานะครูก็ได้มอบหมายให้เธอซึ่งเป็นลูกศิษย์ไปเรียนรู้เวทย์มนต์แห่งมิตรภาพที่หมู่บ้าน Ponyville พร้อมกับลูกมังกรน้อยสไปค์ (Spike) คู่หูของเธอ

ช่วงแรกที่ทไวไลท์ได้มาอยู่ใน Ponyville เธอค่อนข้างเป็นคนเงียบ ๆ แต่ก็พยายามปรับตัวและมีเพื่อนเพิ่มขึ้น จนเป็นที่รู้จักใน Ponyville ทไวไลท์เป็นคนฉลาด มีความรู้ ใจเย็น และเป็นนักวางแผน ช่วยแก้ไขสถานการณ์แก่ผู้คนยามเดือดร้อน ออกจะเป็นคนคิดมากหน่อย ๆ ทไวไลท์เป็นคนเดียวในกลุ่มเพื่อนที่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้เก่งที่สุด

 

แอปเปิ้ลแจ็ค (Applejack)

 

ม้าบนพื้นโลก (Earth Pony) เพศหญิง

อาชีพ ชาวสวน

ม้าสาวดูห้าวนิดๆ เธออาศัยอยู่ที่ Sweet Apple Acres สถานที่ปลูกแอปเปิ้ลที่ใหญ่ที่สุดใน Ponyville เอกลักษณ์ของเธอคือชอบใส่หมวกคาวบอยตลอดเวลา เธอแข็งแรงที่สุดในบรรดากลุ่มเพื่อนเพราะทำงานในสวน ต้องใช้เท้าถีบต้นแอปเปิ้ลเพื่อให้ลูกแอปเปิ้ลตกลงมาแล้วนำขาย

แอปเปิ้ลแจ็คไม่ใช่คนใจร้อนก็จริง ออกจะเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มด้วย แต่เธอก็ไม่ได้เก่งไปเสียทุกเรื่อง เช่นงานที่ต้องใช้ความละเอียด จนบางครั้งก็ทำให้คนรอบข้างถึงกับกุมขมับอยู่เหมือนกัน ทว่าก็ได้เพื่อน ๆ ของเธอนั่นแหละที่ช่วยไว้เสมอ นี่คือสิ่งที่ทำให้แอปเปิ้ลแจ็คจริงใจและรักเพื่อน ๆ เป็นอย่างมาก

 

พิงค์กี้ พาย (Pinkie Pie)

 

ม้าบนพื้นโลก (Earth Pony) เพศหญิง

อาชีพ ช่างทำขนม

พิงค์กี้ จัดได้ว่าเป็นสาวจอมแก่น เธอมักจะปรากฎตัวพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอ ชอบของหวานและการทำขนม ปัจจุบันจึงทำงานอยู่ที่ Sugarcube Corner ร้านขายขนมของคุณและคุณนาย Cake ใน Ponyville

ในกลุ่มเพื่อนของทไวไลท์ พิงค์กี้จัดว่าเป็นคนอารมณ์ดี พูดมากที่สุด แถมยังชอบร้องเพลงกับงานสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ ด้วยนิสัยแบบนี้ทำให้คนทั่วไปมองเธอว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยคิดอะไรเท่าไหร่แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย พิงค์กี้มีความเฉลียวฉลาดแถมยังคิดในมุมที่ต่างออกไป เป็นที่พึ่งของเพื่อน ๆ กว่าที่เห็น (แต่ส่วนใหญ่จะเป็นในแง่เรียกเสียงหัวเราะซะมากกว่า)

 

ว์ แดช (Rainbow Dash)

 

เพกาซัส (Pegasus Pony) เพศหญิง

อาชีพ ผู้ตรวจสภาพอากาศแห่ง Ponyville

ถ้าพูดถึง “เจ้าแห่งความรวดเร็ว” คงต้องยกตำแหน่งนี้ให้ อาร์ดี (RD = Rainbow Dash) เพราะเธอเป็นคนที่ชอบไปไหนมาไหนด้วยการบินความเร็วสูงชนิดที่หาใครจับยาก อาร์ดีเป็นพวกชอบทำมากกว่าคิด แต่เธอก็มีความฝันเหมือนกันคือต้องการเป็นหนึ่งในทีม The Wonderbolts ฝูงบินความเร็วสูงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

อาร์ดีเป็นสาวเลือดร้อน นิสัยเหมือนผู้ชาย ชอบการแข่งขันและรักการผจญภัยมาก มีความกล้าหาญเป็นที่สุดจนบางครั้งก็นำพาความเดือดร้อนมาสู่กลุ่มเพื่อน แต่ถึงอย่างนั้นอาร์ดีก็เป็นคนที่ไม่เคยคิดทิ้งหรือหักหลังเพื่อนแต่อย่างใด

 

ราริตี้ (Rarity)

 

ยูนิคอร์น (Unicorn Pony) เพศหญิง

อาชีพ ช่างออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า

สาวสุดเลิศเจ้าของร้าน Carousel Boutique ร้านออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าแห่ง Ponyville ราริตี้เป็นทั้งผู้ออกแบบชุดของเหล่า Pony ที่มีฝีมือและนักจัดวางองค์ประกอบที่เก่งกาจ มักจะมีความคิดแปลกใหม่ดูเป็นศิลปะสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมผลงานของเธอเสมอ

มองเผิน ๆ ราริตี้ออกจะเจ้ากี้เจ้าการ และหยิ่งนิด ๆ ซึ่งก็เข้ากับรูปโฉมที่งดงามของเธอ ทว่าแท้จริงแล้วราริตี้เป็นคนเอาใจใส่กับเรื่องของเพื่อนมาก พิสูจน์ได้จากการที่เธอยอมออกไปผจญภัยแบบถึงไหนถึงกันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง นอกจากนี้เธอยังได้ชื่อว่าเป็นคนที่เอื้ออารีอีกด้วย (หากไม่ไปกวนโมโหเธอก่อน)

 

ฟลัตเตอร์ชาย (Fluttershy)

 

เพกาซัส (Pegasus Pony) เพศหญิง

อาชีพ คนดูแลสัตว์

ในบรรดากลุ่มเพื่อนของทไวไลท์ ฟลัตเตอร์ชายเป็นคนที่ดูเงียบ ๆ ชอบอยู่คนเดียว เธออาศัยในกระท่อมเล็ก ๆ ใกล้กับบริเวณป่า Everfree Forest ข้าง Ponyville แม้จะเป็นเพกาซัสแต่เราก็ไม่ค่อยได้เห็นฟลัตเตอร์ชายบินเท่าไหร่ ความสามารถพิเศษของเธอคือสื่อสารกับสัตว์ได้

ฟลัตเตอร์ชายมีนิสัยขี้อายและขี้กลัว แต่เป็นคนที่น่ารักใจดี มีเสียงอันไพเราะ หากอยู่ในภาวะคับขันเธอจะกลายเป็นคนที่กล้าหาญอย่างไม่น่าเชื่อ เดิมทีเธอเลือกที่จะอยู่คนเดียวแต่หลังจากที่เจอและถูกใจในความน่ารัก(ภายนอก)ของสไปค์ มังกรน้อยคู่หูของทไวไลท์ เธอก็ตามมาเข้ากลุ่มและเป็นเพื่อนคนสำคัญอีกคนหนึ่งเลยทีเดียว

 

สไปค์ (Spike)

 

มังกร เพศชาย

อาชีพ ที่ปรึกษาของทไวไลท์ สปาร์กเคิ้ล

ลูกมังกรตัวน้อยที่ปรึกษาส่วนตัวของทไวไลท์ มีความสามารถในการส่งสาส์นไปให้เจ้าหญิงเซเลสเชียลด้วยพลังเวทย์มนต์จากการเป่า แอบปลื้มราริตี้อยู่

สไปค์มีนิสัยขี้เล่น ชอบพูดแกล้งคนอื่นโดยเฉพาะกับทไวไลท์ แถมออกจะหลงตัวเองอยู่พอสมควร แต่เขาก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน(ล่ะมั้ง) สิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดเพราะความไร้เดียงสาตามแบบเด็ก ไม่เคยคิดร้ายต่อใครจริง

 

แรกเริ่มเดิมทีผมไม่ได้มีความสนใจเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เพราะได้เห็นกระแสนิยมในเวปไซต์ขายมุขของต่างประเทศอย่าง 9gag แล้ว ประกอบกับมีเพื่อนบางส่วนในสังคมออนไลน์ดูเรื่องนี้อยู่เช่นกันผมจึงเริ่มติดตาม แรก ๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะดูจริงจังอะไรแต่เมื่อประมาณสองถึงสามเดือนที่ผ่านมาผมเตรียมตัวสอบวัดระดับความรู้ภาษา TOEIC ผมจึงเลือกที่จะดูเรื่องนี้ด้วยเหตุผลเดียวคือ “การ์ตูนเด็กฟังเข้าใจง่าย คงเป็นประโยชน์ต่อการสอบฟังภาษาอังกฤษ” หลังจากที่ดูไปซัก 2 ตอนก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีอะไรซักอย่างที่ทำให้เหมือนการ์ตูนสาวน้อยเวทย์มนต์ของฝั่งญี่ปุ่น “หรือว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ ทำให้ฝรั่งชอบ? งั้นเรื่องมันก็เดิม ๆ น่ะสิ ตัวละครน่ารัก ขายโมเอะ” แต่พอดูต่อไปหลายตอนเข้ามันกลับไม่ใช่อย่างที่คิดไว้ในตอนแรก เนื้อเรื่องมีความเป็นเอกลักษณ์สื่อให้เห็นถึง “ความเป็นเพื่อน” และ “การผจญภัย” ซึ่งถูกนำเสนอได้อย่างละเมียดละไมแต่ก็กระชับรวดเร็วไม่น่าเบื่อ สอดแทรกแง่คิด ที่สำคัญไม่”เด็กจ๋า”เกินไป คือผู้ใหญ่ก็สามารถดูได้โดยไม่คิดว่าสิ่งที่ดูเป็นเรื่องของเด็ก (ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องของเด็กจริง ๆ นั่นแหละ)

My Little Pony: Friendship Is Magic เป็นการ์ตูนที่ดูได้อย่างสบายใจไร้พิษภัย และยังดูได้ทั้งครอบครัว ผมจึงอยากให้เพื่อน ๆ ได้รับชมจริง ๆ ครับ

 

จบแล้วครับ

ขอบคุณมากๆครับที่ติดตาม

ส่งท้ายปี 2011

posted on 27 Dec 2011 23:05 by bk01  in About-me, Anime, Manga, Song
สวัสดีครับ
 
 
ปีนี้ผมขออนุญาตตั้ง entry ร่ำลาปี 2011 เร็วกว่าคนอื่นหน่อยนะครับ เพราะต้องขึ้นต่างจังหวัด ไปเชียงใหม่ท้าลมหนาว (ฮา)
สำหรับปีนี้เป็นปีที่ผมยุ่งมาก ไม่มีเวลาดูอนิเมะใหม่ๆเกือบทั้งปี ดูแค่ไม่กี่เรื่อง อันเนื่องมาจากไปทำงานหาเงินในครึ่งปีแรกและมาเร่งเรียนเอาในอีก 3 เดือนต่อมา จากนั้นก็หนีน้ำท่วมไปอีก 1 เดือน กลับมาก็ต้องมาจัดการเรื่องอะไรต่างๆอีกมากมาย เป็นปีที่ผมคิดว่าผ่านไปเร็วที่สุดในชีวิตจริงๆครับ (ผมยังจำวันแรก ไม่สิ สัปดาห์แรกของปีนี้ได้ยังกับมันเป็นสัปดาห์ที่แล้วเลยด้วยซ้ำ 555)
 
ปีนี้แม้จะติดตามงานการ์ตูนน้อยแต่ก็ยังพอมีบ้างน่ะ ลองมาดูกันดีกว่าสำหรับอันดับที่ผมชื่นชอบ
 
อันดับการ์ตูนที่ผมชอบในรอบปี 2011 .....ปีนี้ขอไม่จัดครับ เพราะนับๆดูแล้วไม่ถึง 10 เรื่องที่ได้ติดตามแบบ"จริงจัง" ซึ่งก็คล้ายๆกับปีที่แล้ว
 
5 อันดับตัวละครชายที่ผมชอบในรอบปี 2011
Sakata Gintoki (Gintama)
คุณกินสุดเท่(และเสื่อม)ยังคงรั้งอันดับยอดชายขวัญใจชาวประชาในทุกสำนักโพล รวมถึงของกระผมครับ...เมื่อไหร่สูจะลงจากตำแหน่งนี้วะครับ
 
Fon Spaak (Mobile Suit Gundam 00F)
เฮียฟอน เป็นตัวละครเอกใน side story ของกันดั้ม 00 และผมการันตีว่าไอ้หมอนี่มันบ้าที่สุดในบรรดาพระเอกกันดั้มทุกภาคเลย เป็นตัวละครที่เดาทางไม่ออก บอกไม่ได้ว่าเป็นคนดีหรือคนชั่ว เพราะมันทำตามใจของมันเอง แต่ทุกๆครั้งที่มันทำอะไรบางอย่างมันมีแผน และสามารถสืบหาข้อมูลปะติดปะต่อเรื่องได้อย่างแจ่มแจ้ง แถมฝีมือในการขับหุ่นก็สุดยอดด้วยนะ
 
Oga Tatsumi (Beelzebub)
นายโอกะเป็นนักเลงหัวไม้ที่จัดว่าเป็นคนดีคนนึง (ถ้าไม่มีใครไปทำให้โกรธน่ะนะ) ผมมองตัวละครตัวนี้แล้วสะท้อนภาพตัวเองขึ้นมาในแง่ที่ว่า บ้าพลัง ขี้หงุดหงิด แต่ก็ชอบช่วยเหลือและเป็นห่วงคนอื่นอยู่ด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นเขาคงหาวิธีสลัดเบรูโบ้ไปนานแล้ว (ตรงนี้ล่ะที่ผมไม่เหมือนคือผมเกลียดเด็ก และผมไม่ได้หล่อเหมือนหมอนี่อ่ะนะ 5555)
 
Roronoa Zoro (One Piece)
โซโลเป็นนักดาบฝ่ายต่อสู้ของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง และความเท่ของเขาก็เพิ่มขึ้นหลังจากเหตุการณ์ช่วง 2 ปีที่ผ่านไป ดูสุขุมขึ้น นิ่งดุจคมดาบเวลาใช้อิไอ เสียอย่างเดียวเขายังเป็นคนที่เดินหลงทาง(จริงๆ)ประจำ (ฮา)
 
Kaburagi T. Kotetsu (Tiger & Bunny)
ลุงเสือพ่อม่ายเรือพ่วง ขวัญใจแม่ยกเพราะเป็นคนอบอุ่น รักภรรยาที่เสียไปและลูกสาวอย่างมาก พยายามทำตัวเป็นทั้งคุณพ่อและฮีโร่ที่ดี แม้จะเปิ่นๆไปบ้างแต่ก็เป็นคนใส่จะในรายละเอียดและดูแลเพื่อนๆเสมือนพ่อของทุกคน เสียอย่างเดียวต่อมรับความรู้สึกช้าไปหน่อยนะ 555
 
 
5 อันดับตัวละครหญิงที่ผมชอบในรอบปี 2011
Kuronuma Sawako (Kimi ni Todoke)
ปีนี้ผมไม่ยกใจให้ใครอื่นเป็นอันดับต้นนอกจากเธอคนนี้ ซาวาโกะจัง สาวผมยาว Hime Cut หน้านิ่งจนคนคิดว่าเป็นผีนั้น ผมมองว่าเธอน่ารักขี้อายมาตั้งแต่ยังไม่ได้อ่าน/ดูการ์ตูนเรื่องนี้ จนเมื่อได้รู้จักเธอก็ตกหลุมรักในความงดงามของจิตใจที่ดี คิดถึงเพื่อนๆเสมอ แถมยังเป็นแม่ศรีเรื่อนอีกต่างหาก ตอนอ่านการ์ตูนรู้สึกอินมากจนเหมือนได้จับมือกับเธอเลยล่ะ >,<
 
Alleyne (Queen's Blade)
คุณผู้ฝึกสอนแห่งป่าใหญ่ แม้จะดูเย็นชาแต่ใจดีกับทุกคนมาก แต่ก็ต้องภายใต้กฎว่าจะต้องเป็นคนดี ไม่ทำลายป่าไม้ด้วย (NGO นี่หว่า) ในเรื่อง QB ผมเริ่มชอบเธอคนนี้มากกว่ามิโกะสาวโทโมเอะเข้าให้แล้ว เสน่ห์นิ่งๆ ดูเป็นผู้ใหญ่ รู้จักวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ แถมเป็นคนขี้เหงานิดๆ ดูน่ากอดดีครับ
 
Gokou Ruri (Ore no Imouto ga Konna ni Kawaii Wake ga Nai)
สาวแมวดำปากร้ายเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น แต่พออยู่กันสองต่อสอง หากเป็นคนที่ชอบแล้วก็ทำตัวสนิทสนมด้วย ถือเป็นเรื่องที่ดีนะ ผมเป็นพวกถ้ามีแฟนก็อยากให้แฟนตัวเองทำตัวน่ารักเวลาอยู่ด้วยกัน หากมีคนอื่นอยู่ด้วยก็ทำตัวร้ายๆหน่อย ดูเป็นคู่กัดคู่กิ๊กดี (ฮา) ที่ชอบเธอคนนี้มากที่สุดคงเป็นเรื่องที่พูดคำลามกได้อย่างตรงไปตรงมา 555
 
Akemi Homura (Mahou Shoujo Madoka Magica)
แม่สาวดินระเบิด (ที่หุ่นไม่ได้ดินระเบิดตาม) คาดว่าคงเป็นคนที่หลายๆคนดูเรื่องนี้แล้วชอบเช่นกัน เธอเป็นเหมือนคนที่ต้องแบกรับชะตากรรมที่ไม่สิ้นสุด ที่ถ้าผมพูดมากกว่านี้จะเป็นการสปอยดังนั้นจึงไม่พูดดีกว่า (ซะงั้น) นิสัยเธอเป็นคนดีและลึกๆแล้วแคร์คนที่เธอรักมากที่สุด ด้านอื่นๆที่ผมชอบคงเป็นความสามารถในการใช้เวทย์มนต์และการเลือกสรรค์สิ่งที่มาเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ของเธอมันช่างสุดยอดเสียนี่กระไร
 
Kunieda AoiHildegarde [Hilda] (Beelzebub)
เป็นอะไรที่แปลกมากที่ 5 อันดับแต่ไหงมีตัวละคร 6 คนล่ะ แต่ช่างเถอะ จตุรเทพยังมีตั้ง 5 คนเลยนี่เนอะ (ฮา) จริงๆคือผมเลือกไม่ถูกครับ ขาว-ดำ คู่นี้เป็นอะไรที่ถ้าหากคนใดหายไปมันจะเสียสมดุลย์น่ะสิ เหอะๆ
อาโออิเป็นสาวมั่นที่ลึกๆแล้วอยากจะมีชายที่มารักตัวเอง และคนคนนั้งต้องมีความสามารถในแง่ของทั้งความเข้มแข็ง แข็งแกร่ง และใจดี(ซึ่งก็คือพระเอกข้างบนน่ะล่ะ) ดูเป็นผู้หญิงที่ถ้าใครมาเป็นแฟนเธอได้คงมีความสุขไม่ใช่น้อยเพราะเธอจะดูแลเป็นอย่างดี (แต่อย่าไปหาเรื่องเธอล่ะ เหอะๆ)
ฮิลด้า ดูเย็นชาและไม่เป็นมิตร แต่เธอก็พยายามปรับตัวและเรียนรู้หลายๆอย่างเกี่ยวกับมนุษย์ (เธอเป็นปิศาจนี่เนอะ) เป็นสาวที่ถ้าหากไปผูกพันด้วยใจจริง จริงใจ เธอก็จะน่ารักกับคนคนนั้น (คล้ายๆน้องแมวดำน่ะ)


 
10 อันดับเพลงที่ผมชอบในรอบปี 2011
เพลงประจำร่าง Putotera ของ Kamen Rider OOO เป็นเพลงคู่ในแบบที่ผมไม่ได้เจอบ่อย เพราะตัวเพลงแสดงออกถึง"พลัง"อย่างชัดเจน (เจ้าของบล็อกบ้าพลัง ฮ่าฮ่าฮ่า) จริงๆตัวจังหวะเองก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก แต่ว่าการประสานของเครื่องดนตรีทั้ง 3 อย่างคือกลอง เบส กีตาร์ ทำได้อย่างหนักหน่วงจริงๆ เหนือสิ่งอื่นใดเสียงร้องของนักร้องทำให้เราสัมผัสกับพลังที่ออกมาจากเสียงนั้นได้อย่างเต็มเปี่ยมอย่างไม่มีพักตลอดเพลงเลยครับ
 
ก็ยังคงเป็นเพลงประจำ Character อีกเช่นกัน เพลงนี้เป็นของน้องปลา Sakana-chan ที่ร้องฉากเปิดการต่อสู้ของ Star Driver เป็นเพลงที่ฟังกี่ทีๆก็ขนลุกซ่าน เพราะใช้การบรรเลงแบบ Symphony อารมณ์เพลงจึงมีมิติในแง่ของความเศร้าหมองและความฮึกเหิม ดำ-ขาว เสมือนชื่อเพลง จินตนาการได้ถึงจักรวาลดุจชื่อเรื่อง 
 
Magia - Kalafina (Mahou Shoujo Madoka Magica - ED)
เพลงที่ก้องอยู่ในหูตั้งแต่ต้นปีคงจะหนีไม่พ้นเพลงนี้ แม้จังหวะจะดูเร่งเร้า และทำให้นึกถึงการบูชายัน แต่ก็แฝงไปด้วยความเศร้าหมอง ทว่าหากมองในส่วนของเนื้อเพลงนั้นกลับดีเกินคาดเพราะเนื้อเพลงพรรณนาถึงความหวังและวันพรุ่งนี้ การประสานเสียงของคาลาฟิน่าก็เป็นอะไรที่ยากจะบรรยายจริงๆ
 
B-Bird - Earthmind (Mobile Suit Gundam Unicorn - ED4)
เพลงร้องโดยวงน้องใหม่แกะกล่อง แนวร็อคก็ไม่ฉูดฉาดเปรี้ยงปร้าง ฟังสบายหู ทำให้นึกถึงวันที่ฟ้าปลอดโปร่ง เสียงร้องที่ดูกังวานเหมือนไม่มีอะไรมาบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องดีจริงๆ แถมตัวเพลงเองก็ให้กำลังใจดีครับ 
 
Os-Uchuujin - Asuka Ougame & Shinsei Kamatte-chan (Denpa Onna to Seishun Otoko - OP)
เพลงแนวๆ ที่ดูแน้วแนวจริงๆ(ฮา) เหมือนเป็น image ของตัวเอก เอริโอ้ จริงๆ เสียงร้องชวนบาดหูแต่กลับลงตัวกับจังหวะร็อคเต็มขั้น จุดเด่นของเพลงอยู่ที่กลองที่รัวจังหวะได้มันมากๆ เป็นเพลงที่หลายๆคนอาจจะไม่ชอบเท่าไหร่ แต่ถ้าใครชอบเพลงที่เน้นเรื่องกลองล่ะก็ผมรับรองว่าคุณต้องชอบเพลงนี้ครับ
 
merry-go-round - Chemistry (Mobile Suit Gundam Unicorn - ED3)
Chemistry เริ่มทำเพลงถูกหูถูกใจผมมาตั้งแต่ FMA-Brotherhood แล้ว และเพลงนี้ก็เช่นกันครับ เป็นเพลงที่ดูลึกในอารมณ์ ผสานกับจังหวะที่ดูน่าหลงใหล แล้วโดยเฉพาะหากได้ดูในตอนที่ 3 ของกันดั้ม UC จบด้วยล่ะก็จะอินมากๆเลย
 
เป็นเพลงที่ดูจริงจังมากๆถ้าเทียบกับกินทามะอ่ะนะ (ฮา) ....ผมไม่บรรยายเพิ่มเติมครับ ผมชอบ (ไหงอะไรเกี่ยวกับกินทามะจะไม่พรรณนาอะไรเลยรึ???....ไม่ดีกว่า ลองฟังดูเอาเอง แล้วจะรู้สึกเลยว่า "ฮึด") จะว่าไปผมมีเพลงเกี่ยวกับเอเลี่ยนในรายการเพลงนี่ 2 เพลงเชียว เหอะๆ
 
Inochi Mijikashi Koiseyo Otome - Hanazawa Kana (Ore no Imouto ga Konna ni Kawaii Wake ga Nai - ED14)
เหมือนรักแรกพบเลยนะเพลงนี้ เพราะทันทีที่ฟังท่อนเริ่มเพลงก็รู้สึกหลงรักเข้าเต็มเปา เพราะเพลงทำให้นึกถึงความรู้สึกเก่าๆทั้งในแง่ของ"ความหลังเก่า"และ"ความเก่า" คือย้อนกลับไปอารมณ์ยุค 90 แถมเนื้อเพลงมีความหมายที่แง่ของความสับสน การตกหลุมรัก แต่จังหวะฟังแล้วไม่เลี่ยนหูเลย...ดูโรแมนติกดีจัง
 
Labyrinth - MIQ (Busou Shinki : Battle Masters Mk.II - OP)
นักร้องหญิงที่ทรงพลังเสียง MIQ กลับมามีผลงานอีกแล้วในปีนี้ (โคตรปลื้มอ่ะ T^T) และเพลงของเธอก็ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นกัน ทั้งยังเป็นเพลงที่หากยากที่สุดในบรรดาเพลงที่ผมชอบในรอบปีนี้ด้วย ซึ่งปกติสมัยนี้ไม่ค่อยมีคนชอบฟังแนวนี้กัน อาจจะมีแต่คงน้อยลงตามสมัยนิยมล่ะนะ
 
Asu e - Galileo Galilei (Mobile Suit Gundam AGE - OP)
เพลงของกันดั้ม(อีกแล้ว 55) ภาคล่าสุดที่ได้รับความนิยมต่ำเตี้ยเลี่ยดินในช่วงต้น แต่โดยส่วนตัวคิดว่าเพลงกลับดีเกินคาด จังหวะดนตรีมีการใช้ลูกเล่นที่ฟังแล้วไม่เบื่อตั้งแต่ต้นจนจบเพลง ตัวเพลงฟังสบาย คิดว่าคงเป็นเพลงที่ฟังสบายที่สุดใน 10 เพลงของผมแล้วล่ะ (ฮา)  
 
--------------------------------------------------------------
 
ปีนี้ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอให้เพื่อนๆมีความสุขกับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปลอดภัย และมีความสุขกันถ้วนหน้าครับ
 
จบแล้วครับ
ขอบคุณมากๆครับที่ติดตาม
 
ลาก่อนปี พ.ศ.2554

2 ปี BK01-EXTEEN

posted on 18 Jun 2011 16:41 by bk01  in About-me
สวัสดีครับ
 
ในที่สุดบล็อกเล็กๆแห่งนี้ก็ครบรอบ 2 ปีแล้วครับ...เป็นการครบรอบ 2 ปีแบบเงียบๆเพราะเจ้าของบล็อกไม่ได้เปลี่ยนธีม ไม่มีอะไรพิเศษ แค่อยากบอกว่า"ขอบคุณมากครับ"ที่เพื่อนๆติดตามกันจนยอดผู้เข้าชมแตะหลักแสนแล้ว ผมเป็นปลื้มจากใจจริงๆครับ
 
ส่วนความเป็นไปของบล็อกนับจากตอนนี้คือ เดือนหน้าหลังจากที่ผมทำงานจนเสร็จสิ้นเดือนนี้แล้ว(เป็นมนุษย์ค้างคาวทำงานไม่เหมือนชาวบ้านมาครึ่งปี)จะปรับปรุงธีมบล็อกใหม่ครับ โดยงวดนี้จะเป็น Music's Theme อย่างที่อยากจะทำมานานครับ ต้นเดือนหน้าประมาณสัปดาห์แรกจะทำเสร็จแน่นอน
 
2 ปีที่ผ่านมา บล็อกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างลองมาดูกันครับ
 
ธีมแรกแบบแปลกๆถูกใช้ขึ้น สาเหตุที่ตั้งชื่อแบบนี้เพราะบล็อกมันไม่มีอะไรจริงๆนอกจากเรื่องไร้สาระ (ฮา) ..ใช้หัวบล็อกเป็นรูปโคโมริ คิริ คาแรกเตอร์จากเรื่องครูสิ้นหวัง เพราะชอบ เหอะๆ
 
ธีม 1.2 ปรับปรุงความกว้างของบล็อกให้ดูใหญ่สบายตาขึ้น แก้ไขพื้นหลัง เพิ่มน้องยูเรก้าเข้ามาเสริมความโมเอะ
 
ธีมที่ 2 ช่วงกระแส SHAFT Fever พอดีเลยจัดตัวละคร 2 คนจากอนิเมะ 2 เรื่องมาเข้าคู่กัน อยากบอกว่า Cool สุดๆเลยล่ะ
 
ธีมที่ 3 ช่วงต้นปี 2010 ตอนนั้นมีประชันภาพพาดหัวเวปดราม่า เลยจัดไปซักดอกแบบโคตรโฉ่งฉ่าง
 
ธีมที่ 4 ผมเรียกว่า"จัดหนัก" จำได้ว่าคนเข้าบล็อกเยอะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงนั้นโพสต์ข่าวเยอะหรือเพราะหัวบล็อกกันแน่ เหอะๆ
 
ธีมเตารีด ผมกะทำเอาฮา ไปๆมาๆดันเป็นธีมที่โคตรจริงจังและอึมทึมมากๆเลยนะเนี่ย
 
ปลายปีที่แล้ว เป็นธีมของ PaSwG เวอร์ชั่นแรก ตอนทำเนี่ยอารมณ์แบบสะใจมากๆเลย
 
ช่วงวาเลนไทน์ 2011 ก็เปลี่ยนเป็นแบบนี้ ใช้แค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น ดูน่ารักดีครับ
 
จนถึง ณ. ตอนนี้ (18 มิ.ย. 2010) ก็คือเวอร์ชั่น 3 ของ PaSwG ละ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นธีมใหม่ในเดือน ก.ค. ดังที่ได้บอกไปครับ
 
สำหรับข่าวสารอะไรที่เป็นข่าวสั้นๆ หรือข่าวน่าสนใจจะนำเสนอผ่านทาง shout-box, twitter, facebook ครับ (fb จะเป็นพื่นที่ที่ผมใช้มากที่สุด เพราะนอกจากกระจายข่าวแล้วยังใช้บ่นได้อีกตะหาก 5555)
 
ก่อนจบ ก็อยากจะบอกว่าขอบคุณทุกๆท่านอีกครั้ง ผมจะมุ่งมั่นต่อไปครับ ^ ^
 
จบแล้วครับ
ขอบคุณมากๆครับที่ติดตาม