[ดราม่า] เทพ โพธิ์งาม กับรายการตาสว่าง
posted on 05 Nov 2009 10:01 by bk01 in Other, Workสวัสดีครับ
*entry นี้ซีเรียส*
ก่อนอื่นผมขอบอกกับทุกท่านก่อนที่จะรับข้อมูลจาก entry นี้ครับว่าการนำเสนอ entry นี้ของผม ผมจะเสนอในแง่ของผู้ศึกษากฎหมายและในแง่ของปุถุชนธรรมดาคนหนึ่งที่แสดงออกต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้น entry นี้อาจจะไม่ถูกใจใครบางคน ซึ่งผมต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วยครับ
เมื่อคืนนี้ผมได้มีโอกาสดูรายการ "ตาสว่าง" ทางช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี ครับ ช่วงสนทนาของรายการนี้(ในวันที่ 4 พ.ย. เวลาซักห้าทุ่มกว่าๆได้)ได้มีการเชิญดาราตลก "เทพ โพธิ์งาม" และภรรยามาออกรายการเพื่อที่จะสอบถามในเรื่องที่ ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้เทพ โพธิ์งามเป็นบุคคลล้มละลาย ทั้งนี้ยังได้เชิญคุณเจษฎา อนุจารีย์ อุปนายกสภาทนายความฯ ฝ่ายปฏิบัติการ มาให้ความรู้ในแง่กฎหมาย โดยผู้ดำเนินรายการคือคุณสัญญา คุณากร และคุณวีระ ธีระภัทรานนท์
กรุณาชมก่อน คลิปรายการตาสว่างในช่วงสนทนาครับ (upload โดยคุณ jayluckab)
สรุปโดยคร่าวๆครับ
พิธีกรเชิญคุณเทพฯมาเพื่อที่จะสอบถามในเรื่องการเป็นบุคคลล้มละลายว่ารู้สึกอย่างไร และจะทำอย่างไรต่อไป โดยช่วงแรกพิธีกรสัมภาษณ์คุณเจษฎาเพื่อให้ความรู้ในเรื่องกระบวนการล้มละลาย แล้วจึงหันกลับมาถามความรู้สึกของคุณเทพฯ ต่อมาคุณวีระก็ได้ให้คำแนะนำแก่คุณเทพฯรวมทั้งสอบถามในแง่การดำเนินคดีของคุณเทพฯด้วย คุณเทพฯก็ไำด้พูดถึงความรู้สึกของตนเองที่ไม่พอใจต่อกฎหมายและรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องการคิดดอกเบี้ยของธนาคาร คุณเจษฎาและคุณวีระก็อธิบายตรงจุดนี้ แต่ดูเหมือนว่าคุณเทพฯจะไม่ค่อยพอใจและแสดงออกในเชิงใช้อารมณ์พอสมควรจนเกิดปากเสียงกับคุณวีระ คุณสัญญาจึงต้องสรุปและจบรายการ
ดราม่า (ต่อจากนี้ไปเป็นบทวิเคราะห์และวิจารณ์ของผม)
และแล้วก็เกิดดราม่าขึ้น(ทะเลาะกัน)จนได้ จุดที่ผมมองเห็น ผู้จุดประเด็นคือคุณเทพฯครับ ช่วงแรกๆผมก็สงสารเขาอยู่หรอกครับ เพราะว่าเขาตกเป็นบุคคลล้มละลาย เรียกว่าได้ตายทั้งเป็น แต่จากการให้สัมภาษณ์ของคุณเทพฯ เขาได้ใช้อารมณ์ส่วนตัวมากเกินไปและไม่รับฟังคำแนะนำจากผู้รู้เลย
ความไม่เข้าใจ
คุณเทพฯบอกทำนองว่าอย่างนี้ไม่ยุติธรรมเพราะตัวเขาเป็นหนี้ไม่เท่าไหร่ ทำไมเขาต้องใช้หนี้ธนาคารที่เพิ่มพูนมา 2-3 เท่าตัวด้วย จุดนี้คุณวีระและคุณเจษฎาได้อธิบายว่ามีกฎหมายให้ธนาคารทำได้ครับ นั่นคือ "พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน" คือธนาคารสามารถเรียกดอกเบี้ยได้เกินอัตราที่กฎหมายแพ่งกำหนด ซึ่งแน่นอนครับว่าหนี้ของคุณเทพฯจะสูงกว่าปกติ 2-3 เท่าตัว
แต่เมื่ออธิบายแล้ว คุณเทพฯบอกว่าอย่างนี้ธนาคารก็ได้เปรียบสิ คนจนๆก็แย่สิ...ใช่ครับ ธนาคารได้เปรียบแน่นอน คนจนเสียเปรียบแน่นอน แต่กฎหมายฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อให้คนที่มีฐานะพอควรในการทำธุรกรรม ซึ่งข้อกำหนดจะเป็นไปตามระเบียบหรือสัญญาที่ทำกับธนาคารคู่สัญญา ว่าง่ายๆไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนจนครับต้องเข้าใจจุดนี้ ...อีกอย่างรายได้ประมาณสามแสนต่อเดือนของคุณเทพฯเนี่ยถือว่าจนหรือ??? อันนี้ให้ทุกท่านคิดเองครับ
คุณเทพฯก็ไม่ฟังในจุดนี้
จุดที่ผมมอง
-คดีความของคุณเทพฯเนี่ยมันหลายปีนะครับ จนกระทั่งถึงศาลฎีกาตัดสิน แต่คุณเทพฯกลับนิ่งเฉยแล้วอ้างว่า"ผมยังมึนๆอยู่เลย" แล้วก็ออกมาด่าว่ากฎหมายไม่ยุติธรรม...คุณเทพฯบอกว่าไม่รู้กฎหมาย ผมเข้าใจจุดนี้ครับ การพูดว่าไม่รู้กฎหมายจึงไม่รู้เรื่องมีอยู่เยอะ กระทั่งนักกฎหมายเองก็เถอะไม่มีใครรู้ทุกเรื่องหรอกครับ แต่มันก็น่าแปลกใจเพราะเรื่องของคุณเทพฯมันเป็นเงินหลักแสนไม่ใช่เงินสิบยี่สิบบาท ...คุณเทพฯมีความสามารถ เป็นที่รู้จักของคนอื่นมากมาย เมื่อมีหมายศาลมาก็ต้องเต้นเต็มที่พยายามหาความรู้เรื่องกฎหมายแหละครับ ไม่ว่าจะหาจากทนายความหรือผู้รู้ อย่านิ่งเฉย จะอ้างว่า"ผมไม่จบปริญญาผมไม่มีความรู้"เนี่ยฟังไม่ขึ้นหรอก แม่ของผมไม่มีใบปริญญาแต่ท่านสามารถจัดการเรื่องโฉนดที่ดินได้โดยการถามและขอความรู้จากแหล่งต่างๆ
ข้อคิด - การทำสัญญาใดๆอย่าสักแต่เซ็น กรุณาอ่านด้วยถึงแม้จะดูไม่ดีในสายตาของคู่สัญญาก็ตาม แต่มันก็ทำให้เราฉลาดขึ้น ที่สำคัญอย่าทำสัญญาปากเปล่าเด็ดขาด
-คุณวีระที่โผ่งผ่างอยู่เป็นทุนเดิม แต่งวดนี้ผมว่าเขาใจเย็นจริงๆนะ ต้องการจะช่วยเต็มที่เลย อาจจะมีหลุดบ้างเพราะโดนด่าโคตร- นั่นแหล่ะ แต่ถ้าเป็นผมผมไม่อยู่ดำเนินรายการต่อหรอก คุณเทพฯใช้อารมณ์ส่วนตัวออกมาโวยวายในเรื่องความไม่ยุติธรรมดังกล่าว แต่คุณเทพฯกลับไม่มองตัวเองบ้าง ถ้าใจเย็นลงกว่านี้คุณเทพฯก็จะได้ที่ปรึกษาทางการเงินระดับแนวหน้าของเมืองไทยมาช่วย แล้วเชียว
-คุณเจษฎาใจเย็นและนิ่มนวล ควบคุมสติได้ดีครับ ผมสงสารคนนี้จริงๆเลย อุตส่าห์ได้มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แต่ก็ครึ่งๆกลางๆเพราะโดนขัด
ปัญหาเรื่องการศึกษา
จริงๆแล้วช่วงสนทนานี้ควรเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนทั่วไปเพราะเราจะได้รู้ถึงปัญหาและวิธีแก้ไขในเรื่องการล้มละลาย ผมยอมรับว่าปัจจุบันการทำธุรกรรมใดๆที่มี"เงิน"มาเกี่ยวข้อง จะต้องมีเรื่อง"ผลประโยชน์"มาเกี่ยวข้องด้วย แน่นอนครับการให้กู้ยืมเงินของสถาบันการเงินก็เช่นกัน ถ้าไม่มีดอกเบี้ยเขาก็ไม่มีใครทำกันหรอกครับ จุดนี้เป็นจุดอ่อนของผู้ไม่รู้ในเรื่องของการเงินและกฎหมาย คุณเทพฯก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น(แต่ที่ไม่น่าเห็นใจเพราะไม่ยอมรับฟังใคร เอาตนเองเป็นที่ตั้ง)
สิ่งที่ควรแก้ไขไม่ใช่กฎหมาย เพราะกฎหมายเป็นที่ยอมรับ มีจุดประสงค์ มุ่งใช้ต่อบุคคลกลุ่มนั้นๆและใช้กันมานาน (เว้นแต่จะขัดกับสังคมในยุคสมัยนั้นๆ จึงมีการแก้กฎหมาย) แต่เป็นเรื่องการให้ความรู้ต่างหาก หากคนเรารู้ก็จะมีสติรอบคอบในการทำสิ่งต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงินอย่างเดียว แต่รวมถึงการดำเนินชีวิตในปัจจุบันด้วย
จบแล้วครับ
ขอบคุณมากครับที่ติดตาม

เค้าไม่ฟังอะไรเลย
ขอบคุณสำหรับบทความค่ะ ทำให้ได้อีกมุมมองหนึ่ง
#1 By Sakurarin on 2009-11-05 12:21