ShoutMix chat widget

entry นี้จะเป็นการแนะนำตัวละครจากเรื่อง Sayonara Zetsubou Sensei การ์ตูนแนวตลกเสียดสีสังคมที่โด่งดังอีกเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่นครับ

**หมายเหตุ** ข้อมูลบางส่วนดัดแปลงมาจาก wikipedia ครับ ส่วนรูปก็ได้มาจากพันทิป ยาราไนโกะ (อดีต)อะกิบักโกะ 4ch google captureเอง ฯลฯ

ขอขอบคุณข้อมูลเสริมจากสมาชิกทุกท่านที่เข้ามาตอบในกระทู้รีวิวที่1และที่2นะครับ

 

เริ่มจาก

1. Itoshiki Nozomu (อิโตะชิกิ โนโซมุ พากย์โดย - Kamiya Hiroshi)

คุณครูประจำชั้นปี 2 ห้องเฮะ สุดเนกาทีฟ คือ มีความคิดในแง่ลบต่อสังคมปัจจุบันเป็นอย่างมากประโยคเด็ดติดปากคือ "สิ้นหวังแล้ว สิ้นหวังกับ...(สิ่งที่แกเจอ)...แล้ว" [Zetsubou shita!!] ไม่ทราบด้วยประการใดจึงจับผลัดจับผลูมาเป็นคุณครูได้เพราะตัวแกนั้นมักมองโลกในทางที่ไม่ดีเสมอๆ ไม่เหมาะกับอาชีพนี้จริงๆ ด้วยความคิดติดลบเช่นนี้ทำให้อาจารย์คิดจะฆ่าตัวตายบ่อย ยกตัวอย่างเช่นตอนเปิดเรื่อง ที่ผู้คอตายใต้ต้นซากุระ แต่ก็ได้คาฟุกะช่วยชีวิตเอาไว้? (แต่คล้ายๆว่าจะช่วยให้ไปสวรรค์เร็วขึ้นกว่าเดิม)

ท่าประจำตัวก่อนพูดว่า "สิ้นหวังแล้ววววววว"

โดยมากเราจะพบเห็นอาจารย์แกใส่ชุดฮามากะเก่าๆ แต่อาจารย์แกก็เคยแต่งตัวแนวๆมาแล้วนะ(ไม่มีภาพอ่ะ เหอะๆ)...จริงๆแล้วอาจารย์เป็นลูกชายคนสุดท้อง (แต่ไม่ใช่คนท้ายสุด) ของตระกูล "อิโตะชิกิ" ตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยเลยทีเดียวล่ะ

จริงๆแล้วอาจารย์โนโซมุเคยเป็นคน"แบบธรรมดาๆ"มาก่อนครับในช่วงมัธยม แต่ดันไปเจอหัวโจกรุ่นพี่รวมทั้งคาฟุกะ(ตอนเด็ก)เข้าแทรกซึมจิตใจจนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาจารย์กลายเป็นคนสิ้นหวังในที่สุด

ชื่อของอาจารย์แก 糸色 望 (Itoshiki Nozomu) ถ้าเขียนติดกัน 絶望 จะอ่านได้ว่า Zetsubou ที่แปลว่า ความสิ้นหวัง

กับตัวละครตัวนี้ ผมอยากบอกว่า จริงๆแล้วเฮียแกไม่ได้สิ้นหวังหรอก เฮียแกแค่ "ใจแคบ และหวาดระแวงมากไปหน่อย" เท่านั้นเอง

 

2. Fuura Kafuka (ฟุอุระ คาฟุกะ พากย์โดย - Nonaka Ai)

คาฟุกะ เป็นนักเรียนที่"คล้าย"กับบุคลิกที่ตรงกันข้ามกับอาจารย์ของเธอ เพราะตัวเธอนั้นเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีสุดๆ (โพสิทีฟ) ขนาดพบเจออาจารย์ที่กำลังจะแขวนคอตายในตอนแรก ยังคิดว่าอาจารย์กำลังจะยืดส่วนสูง มักเป็นตัวพลิกสถานการณ์ในเรื่องเสมอ(แต่ไปในทางที่ดีหรือร้ายนั้น....ก็อีกเรื่อง)

ชื่อที่เธอใช้นั้นเป็นเพียง "นามปากกา" (Pen Name) เท่านั้น ชื่อจริงๆของเธอ จากข้อมูลในวิกิพีเดียคือ "Akagi An" (อาคางิ แอน) เพราะตามสมุดเช็คชื่อของห้องปรากฎนามสกุลของเธอคือ "อาคางิ" รวมทั้งมีฉากย้อนอดีตของเธอ มีคนเรียกเธอว่า "แอนจัง" แถมโนโซมุยังเคยบอกว่าเธอเหมือน "แอนผมแดง" แอนผมแดงคือตัวละครที่ชื่อว่า "แอนนา" ผู้หญิงซึ่งมองโลกในแง่ดีในเรื่อง "Anne of The Green Gables" ซึ่งเป็นวรรณกรรมเยาวชน ถูกตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1908 และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ออกฉายด้วย และเคยตีพิมพ์เป็นภาษาไทยด้วย ชื่อว่า "สาวน้อยแอนนี่ แห่งกรีนเกเบิลส์"

สำหรับชื่อของคาฟุกะนั้นได้มาจาก Franz Kafka นักเขียนยุคปลายศตวรรษที่ 19 ที่มีงานเขียนแนวกระทบกระแทกสังคม

ข้อสังเกต - คาฟุกะนั้นเป็นตัวละครที่เหมือนจะมองโลกในแง่ดี แต่ถ้ามองกันจริงๆแล้วการมองโลกในแง่ดีของเธอ คือ "การมองโลกที่เลวทรามในทางที่ดี" หมายความถึง อะไรที่คนอื่นมองว่ามันไม่ดี และมัน"ไม่ดีจริงๆ" เธอก็ยังมองให้มันดีจนได้ หรือที่เรียกกันว่า "เสแสร้ง"...เป็นตัวละครที่ผมคิดว่าเหมาะสมที่สุดกับคำว่า "ประชดสังคม" จริงๆ และการที่เธอเป็นอย่างนี้(เสแสร้ง)นั้นคงเป็นเพราะปัญหาในครอบครัวของเธอเป็นแน่ ถ้าเราย้อนกลับไปอ่านหรือดูหลายๆจุดในการ์ตูนเรื่องนี้ก็คงจะทราบ (มีฉากที่เธอบอกว่า "พ่อของเธอก็ยืดส่วนสูงเช่นกัน" หรือก็คือฆ่าตัวตายนั่นล่ะ) จะเป็นไปได้ไหมว่าเธอโรคจิตอ่อนๆ? ถ้าดูจากการกระทำหลายๆอย่างก็เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามทางจิตใจ เล่นสงครามประสาทต่างๆนาๆ รวมถึงการทำร้ายร่างกาย(โดยอ้อมเช่น การวางยา)

คาฟุกะ จัดได้ว่าเป็นตัวละครที่อันตราย ตัวละครแบบนี้เห็นได้ในสังคมปัจจุบัน รวมทั้งมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วย ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือเรื่องชื่อ หากว่าชื่อจริงของเธอคือ "แอน" ชื่อปัจจุบันคือ "คาฟุกะ" แล้วเทียบกับตัวละครที่อ้างอิงตามชื่อดังกล่าวตามข้อมูลด้านบน เป็นไปได้ว่าเธออาจเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมาก่อนแล้วเจอเหตุการณ์"บางอย่าง"ที่ทำให้เธอกลายเป็นคนใส่หน้ากากมองโลกในแง่ดีก็เป็นได้

กับตัวละครนี้และชีวิตจริงผมอยากจะบอกว่า "มองโลกในแง่ร้ายบ้างก็ได้นะ ไม่ต้องฝืน" เพราะพวกคนที่มองโลกในแง่ดี...ในความเป็นจริงต่อให้มองในแง่ดียังไง ถ้าไม่ใช่เรื่องดี.....ยังไง "มันก็ไม่ใช่เรื่องดี"

 

3. Komori Kiri (โคโมริ คิริ พากย์โดย Tanii Asuka)

นักเรียนผู้ไม่ยอมมาโรงเรียน ทำตัวหมกอยู่ในห้องที่บ้านเป็น "ฮิคคิโคโมริ" หรือพวกที่ตัดขาดจากสังคม(จริง) หมกตัวอยู่กับบ้านตลอดเวลาไม่ยอมไปไหน แถมยังไม่พูดจาเสวนากับใคร ว่าง่ายๆ ทั้งชีวิตมีแต่ตัวเอง ต่อมาเมื่ออาจารย์โนโซมุและคาฟุกะไปเยี่ยมบ้านของเธอ คาฟุกะได้บอกว่าจริงๆแล้วเธอเป็น"ซาชิกิ-วาราชิ" เทพอารักษ์ที่เมื่อไปอยู่บ้านใด บ้านนั้นจะมีโชคลาภ แต่ถ้าหากซาชิกิ-วาราชิออกจากที่นั่นไปแล้ว ที่นั่นก็จะเกิดความวิบัตเดือดร้อน ด้วยเหตุผลดังกล่าวของคาฟุกะ ผนวกกับการแสดงฆ่าตัวตาย(อุบัติเหตุ)ของอาจารย์ ทำให้เธอจำยอมออกจากห้องและเปิดใจให้กับอาจารย์ เพราะอาจารย์โนโซมุเป็นคนที่คุยกับเธอด้วยดีแถมยังชมเธอว่าสวยและน่ารักอีกต่างหาก (จริงๆกะให้ฆ่าตัวตายร่วม เหอะๆ) เธอเลยปิ๊งอาจารย์โนโซมุ แล้วกลายมาเป็นฮิกกี้ (ฮิคคิโคโมริ) ที่โรงเรียนซะงั้น แถมมีบางครั้งที่แอบหึงอาจารย์ด้วยนะ เหอะๆ

คิรินั้นเป็นสาวที่เรียบร้อย เป็นงานบ้านงานเรือนทุกอย่างเพราะตัวเองเป็นฮิคคิโคโมริและเป็นลูกคนเดียว เลยต้องดูแลตัวเอง เธอแทบไม่เคยสัมผัสแสงแดดแบบตรงๆ (แต่ก็โดนแดดบ้างนะ ตอนอยู่ในห้องแล้วเปิดหน้าต่าง) ทำให้ผิวของเธอขาวนวล รวมทั้งผมยาวดำสลวย ทำให้เสน่ห์ของเธอมัดใจหนุ่มๆได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อนึ่งเราแทบไม่เคยเห็นเธอแต่งชุดนักเรียนเลย ใส่แต่ชุดพละฤดูหนาว (หรือบางทีก็ชุดชั้นใน *0*) แล้วห่มผ้าคลุมทับอีกที ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ เธอเคยออกไปเยี่ยมอาจารย์ที่โรงพยาบาลด้วย(อนิเิมะภาคแรกตอนที่ 12 มั้ง) เป็นการออกไปข้างนอกของเธอครั้งแรกก็ว่าได้นะ (ไม่นับความฝันของโนโซมุน่อ)

ขณะเป็นฮิกกี้อยู่ที่โรงเรียน เธอก็เป็นเหมือนพี่เลี้ยงของมาจิรุ หลานชายของอาจารย์ด้วย (สวย ผมยาว ผิวขาว รักเด็ก แม่ศรีแม่เรือน สุดยอดเลยนะ)

ชื่อ 小森 霧 (Komori Kiri) ถ้าอ่านออกเสียงติดกันจะได้ว่า 籠もりきり (Komorikiri) หมายความถึง "ติดอยู่กับบ้าน" นั่นเอง

อยากบอกกับตัวละครแบบนี้ว่า "ทำไมบทเธอช่างน้อยอย่างนี้" (ฮา) หรือไม่ก็ "ถ้าเธอไม่ใช่ฮิกกี้ เธอก็คือผู้หญิงดีๆคนหนึ่งที่โคตะระหายากในปัจจุบันเลย"

 

4. Kitsu Chiri (คิทสึ จิริ พากย์โดย Inoue Marina)

"ฉันไม่ชอบอะไรที่มันไม่เรียบร้อย" มักเป็นคำพูดที่ได้ยินบ่อยๆจากเธอ ด้วยความที่นิสัยของเธอนั้นเป็นคนที่เจ้าระเบียบ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน ต้องไม่มีอะไรผิดแปลก แม้แต่ทรงผมยาวดำตรงของเธอ ยังต้องแสกกลางให้เท่ากันสองข้าง ...ในห้องเรียนนั้นเธอมีตำแหน่ง"เสมือน"หัวหน้าห้อง เป็นตัวละครที่ออกบ่อยมากเพื่อออกมาตัดมุขกับอาจารย์ ในภาคอนิเมะนั้น เวลาที่เธอพูดจะมีสัญลักษณ์กลมๆขึ้นที่มุมจอด้านล่างขวาเสมอๆ

จิรินั้นต้องการให้อาจารย์โนโซมุแต่งงานกับตน เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าอาจารย์โนโซมุเป็นคนคุกคามสิทธิความเป็นสตรีของเธอ แต่จริงๆเป็นเรื่องเข้าใจผิดเพราะขณะที่เธอนอนอยู่ที่ห้องพยาบาล ตัวเธอนอนดิ้นแล้วกลิ้งไปหนุนที่แขนของอาจารย์โนโซมุที่นอนอยู่เตียงข้างๆ(ทำได้ไงนั่น ฮ่าฮ่า) แต่ช่วงหลังๆอาจารย์ก็มีพลั้งมือไม่ตั้งใจไปจับหน้าอกเธอบ้างล่ะ ...จิริ เป็นตัวละครอีกตัวหนึ่งที่มีความน่ากลัวมากๆอยู่ในตัว ด้วยนิสัยที่ว่า "ยอมหัก ไม่ยอมงอ" รับไม่ได้กับสิ่งที่ "ไม่เป็น ทั้งๆที่ควรจะเป็นเช่นนั้น" และสิ่งที่เธอจะทำหลังจากไม่ยอมรับในเรื่องต่างๆคือ "ใช้ความรุนแรง" เพื่อให้ผลมันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น เรียกได้ว่าเป็นเผด็จการย่อมๆเลยทีเดียว

ข้อสังเกตเกี่ยวกับจิรินั้น อย่างแรกคือหารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วผมของเธอนั้นหยักศก แต่เธอหวีมันจนเรียบแป้เอง...อย่างที่สองคืออาวุธ(?)ที่เป็นใช้สร้างความรุนแรงให้คนอื่น หลักๆเลยคือ "พลั่ว" รองลงมาคือ "มีดทำครัว" คำถามคือ "เธอเคยฆ่าใครตายไหม?" ...ตอบไม่ได้ครับ แต่ถ้าจะตอบผมว่า "เคย" เรื่องไม่ได้เฉลยตรงๆ แต่ก็พอเดาได้ คาดว่าผู้เคราะห์ร้ายคือ "พวกไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์" (รวมถึงอาจารย์โนโซมุด้วย เหอะๆ) อย่างที่สามคือความสามารถพิเศษ "ตาทิพย์" บนหน้าผากของเธอที่สามารถมองไปที่ไกล(จริง)และการณ์ไกล(อนาคต)ได้ด้วย แต่เคยใช้เพียงสองสามครั้งเท่านั้น

...อย่างสุดท้ายคือนิสัยของเธอ จิริเป็นคนมีนิสัยค่อนข้างร้ายมาตั้งแต่เด็กครับ แต่อาจน้อยกว่าตอนนี้ (เคยจะเอาปลาทองในโหลเลี้ยงปลามาอาบน้ำถูกสบู่ล่ะ = =) จริงๆถ้าไม่มีความเจ้าระเบียบของเธอหยุดไว้ เธออาจกลายเป็นคนโรคจิตโดยสมบูรณ์ก็ได้ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เธอเป็นคนเจ้าระเบียบได้ น่าจะมาจาก "ทาเนะ" พี่สาวของเธอที่นิสัยตรงกันข้ามกับเธอโดยสิ้นเชิง จะว่าไปแล้ว นิสัยของจิริก็คือๆคนญี่ปุ่นที่ค่อนข้างตึงเครียดสูง โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่ผิดพลาดนิดเดียวก็โดนด่าเหมือนจะฆ่ากัน

แต่ถึงกระนั้นความร้ายของเธอที่กล่าวมาทั้งหมดก็ไม่ได้ถูกแสดงออกมาตลอดเวลา เธอก็ยังเป็นคนรักเพื่อนพวกพ้องและอาจารย์อยู่ แม้เธอจะไม่ค่อยมีคนชอบนัก แถมอาจารย์ยังบอกว่าเป็นตัวปัญหาก็เถอะ เหอะๆ (แต่ถ้าไม่ได้เธอ ผมว่าเรื่องนี้ไม่ได้"เกิด"แหงมๆ) ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดที่สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วคนรอบตัวเรา มีอิทธิพลมากในเรื่องการควบคุมอารมณ์

จะว่าไป มีอยู่ครั้งนึงที่เธอทำตัวไม่เรียบร้อย เป็นตอนที่โนโซมุฝันน่ะครับ

ชื่อ 木津 (Chiri) ของเธอเมื่อนำตัวอักษรคันจิตัวแรกมาเขียนรวมกันจะเป็นคำแรกของคำว่า 埋める (Umeru) แปลว่า "การฝัง"

ชื่อ-นามสกุล 木津 千里 (Kitsu Chiri) นั้นเพี้ยนมาจาก きっちり (kitchiri) แปลว่า "เที่ยงตรง ถูกต้อง แม่นยำ"

อยากบอกว่า "จริงๆแล้วตัวละครตัวนี้ไม่ได้ร้ายมากมายอะไร ถ้าไม่มีใครไปแทงใจดำอะไรเธอนะ" และคนที่มีอุปนิสัยแบบนี้ก็ควร "เดินทางสายกลางบ้าง อย่าตึงเกินไป ไม่งั้นจะกลายเป็นโรคจิต" และ...."เป็นตัวละครที่ผมชอบเป็นอันดับสองรองจากคิริ เลยล่ะครับ"

 

5. Kobushi Abiru (โคะบุชิ อะบิรุ พากย์โดย Goto Yuko)

 

อะบิรุเป็นคนที่ชอบ"หาง"สัตว์มากถึงขนาดมีหางสัตว์จำลองติดไว้ที่กำแพงบ้าน และยังชอบดึงหางของสัตว์จึงมักจะถูกพวกมันทำร้ายจนมีแผลตามร่างกายมากมาย ปัจจุบันทำงานพิเศษอยู่ที่สวนสัตว์ นิสัยของเธอเป็นคนที่พูดตรงๆแบบขวานผ่าซาก แต่ไม่มีพิษมีภัยกับใครนัก แถมความสามารถทางกายภาพของเธอยังต่ำกว่ามาตรฐานอีก จนทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อย (และเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้หลบการทำร้ายของสัตว์ที่เธอดึงหางไม่พ้น) บาดแผลตามร่างกายของเธอจึงเกิดด้วยสองเหตุดังกล่าวข้างต้น ไม่ได้เกิดจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว (D.V.= domestic violence) อย่างที่คนอื่นๆเข้าใจแต่ประการใด

 จุดที่บางคนสงสัยกันว่า ทำไม "ตาด้านซ้าย" ของเธอจึงปิดไว้ตลอดเวลา? จริงๆแล้วเมื่อตอนอะบิรุยังเด็ก เธอบาดเจ็บตาด้านซ้ายจนต้องเปลี่ยนแก้วตา ตาของเธอจึงมีสองสี ไม่ได้เป็นโรค Heterochromia แต่อย่างใด แถมตาด้านซ้ายของเธอยังสามารถมองเห็นเหตุการณ์ในอดีตของเจ้าของแก้วตาเดิมที่เสียชีวิตไปแล้วอีก จึงจำเป็นต้องปิดเอาไว้มิฉะนั้นจะมีภาพหลอนเกิดขึ้น น่ากลัวพิลึกแหะ 

เรื่องผ้าพันแผลของเธอ ว่ากันว่าจริงๆแล้วแผลของเธอไม่ได้มีมากมายอะไรขนาดนั้น แต่สาเหตุที่เธอมีผ้าพันแผลเยอะเพราะผ้าพันแผลของเธอใช้เป็นอุปกรณ์สารพัดประโยชน์เช่น ใช้ติดตามผู้อื่นหรือแม้แต่เป็นอาวุธ

ส่วนจุดที่ sexy ของอะบิรุ ตามที่มีคนบอกมา (ชื่ออะไรน้า....ฮ่าฮ่า) คือต้นขาด้านในครับ เหอะๆ

 

 

อะบิรุชอบอาจารย์โนโซมุอยู่เช่นกัน "แต่" นั่นเป็นเพราะความเข้าใจผิด...ที่จริงคนที่อะบิรุไปชอบไม่ใช่อาจารย์ตัวจริงแต่เป็น"ขุนพลเงา"ของอาจารย์ ซึ่งปรากฎอยู่ในตอนที่ 3-4 ของภาค zan ครับ

ชื่อ 小節 あびる (Kobushi Abiru) มีความหมายว่า "โชกไปด้วยกำปั้น"

คอมเม้นท์สำหรับคนนี้ "เสียงพากย์น่ารัก ถ้าถอดที่คาดตาจะน่ารักขึ้น 3 เท่า"

 

6. Tsunetsuki Matoi (สึเนะสึกิ มาโตอิ พากย์โดย Sanada Asami)

เธอคนนี้เปิดตัวมาก็โดนตำรวจจับข้อหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคล(ต่อแฟนเก่า) เพราะถ้าหากเธอมีความรักต่อใครซักคนล่ะก็ เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เข้าใกล้คนที่เธอรักมากที่สุด ไม่ว่าจะเดินตามติด(จริงๆ) ถ่ายรูป ติดเครื่องดักฟัง กล้องขนาดเล็กในห้องของคนที่เธอชอบ ทำทุกอย่างให้รู้ความเคลื่อนไหว แม้เธอจะไม่ได้ทำอันตรายใดๆ นิสัยก็ค่อนข้างดี(?) แต่เธอละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงสุดๆ บางคนเรียกพวกนี้ว่า stalker ทว่าการกระทำดังกล่าวคาฟุกะบอกเป็นแค่ "deep love" (รักขั้นวิกฤติ) เท่านั้นเอง 

 

ในช่วงแรกเราจะได้เห็นเธอใส่ชุดนักเรียนที่เธอติดหนึบอยู่กับแฟนเก่า หรือชุดในรูปแบบเดียวกันกับคนที่เธอคบในเวลานั้นๆ  ต่อมาเมื่อถูกอาจารย์สารภาพรัก เธอเลย deep love ต่ออาจารย์ (จริงๆอาจารย์แกบอกว่าความรักที่แท้จริงคือการตายร่วมกันแล้วชวนฆ่าตัวตาย เธอเลยเข้าใจผิดคิดว่าอาจารย์สารภาพรัก) ปัจจุบันจึงหันมาใส่กิโมโน แล้วทำตัวเหมือนกับผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นภรรยาแบบญี่ปุ่นโบราณทำ อาทิ เดินตามคนที่เป็นสามี(อาจารย์?) 3 ก้าวแต่เธอทำโดยไม่ให้โนโซมุรู้ตัว

ประโยคสนทนาของเธอกับอาจารย์โนโซมุที่ค่อนข้างเห็นกันบ่อยคือ
โนโซมุ(หันไปเจอมาโตอิเพราะโดนทัก) - "อยู่ตรงนี้ตลอดเลยรี?"
มาโตอิ - "ค่ะ ตลอดเวลา"

มาโตอิมีความสามารถพิเศษในการสืบหาข้อมูลทุกอย่างไม่ว่าจะยากขนาดไหน รวมทั้งยังสามาถแก้ไขรหัสลับต่างๆโดยเครื่องถอดรหัสอินิกม่าแบบที่เธอดัดแปลงเอง

ปัจจุบันมาโตอิกำลังขับเคี่ยวการเป็นศรีภรรยา(คนรักข้างเดียว?)ของอาจารย์โนโซมุ กับคู่แข่งคนสำคัญ โคโมริ คิริ ไม่เคยถึงขนาดลงมือลงไม้กัน อย่างมากก็แค่ส่งสายตาอาฆาต แต่ในบางครั้งมาโตอิกับคิริก็เข้ากันได้ดี (ภาค zan ตอนที่ 7)

ถ้าอ่าน 常月 まとい (Tsunetsuki Matoi) โดยเว้นวรรคใหม่ จะพ้องเสียงกับประโยค 常付きまとい (tsune tsukimatoi) ได้ความว่า "ตามติดอยู่ข้างหลังเสมอ"

ถ้าเธอไม่รังเกียจ ผมขอบอกว่า "เบิ้ลสองได้ไหม" (ฮา) หรือไม่ก็ "ช่วยอยู่ไกลจากผมซัก 5 เมตรก็ดีครับ"

 

7. Fujiyoshi Harumi (ฟูจิโยชิ ฮารุมิ พากย์โดย Matsuki Miyu)

 สาวก yaoi เดนตาย (yaoi ถ้าอธิบายเข้าใจง่ายๆคือเป็นการจับคู่ชายหนุ่ม 2 คนหรือเกินกว่านั้น ให้มีความรักต่อกันมากกว่าฉันเพื่อน มีต้นกำเนิดมาจากโดจินชิ ปัจจุบันมักนิยมใช้คำว่า BL=Boy Love มากกว่า) เรียกได้ว่าถ้าพูดอะไรเกี่ยวกับผู้ชายให้เธอฟังเธอจะสามารถจิ้น(จินตนาการ)ได้โดยอัตโนมัติ ใช้เวลาว่างในการเขียนโดจินชิแบบ yaoi แต่ดูเหมือนยังไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับกัน

ความสามารถพิเศษของเธอคือ"ศักยภาพทางด้านร่างกายสูงเกินมนุษย์ปกติ" ไม่ว่าจะเป็นวิ่ง ว่ายน้ำ ความอ่อนตัว หรือแม้แต่สายตาก็ยังแม่นยำ ทั้งหมดเป็นเพราะวิทยายุทธ์ที่ฝึกมาจากการหลบหลีกคนที่งาน comiket (งานการ์ตูนที่ญี่ปุ่น มีคนเข้าในงานนี้เยอะมาก) หากเธอไม่ได้เขียนโดจินชิอาจจะกลายเป็นนักกีฬาระดับประเทศไปเลยได้

นอกจาก yaoi แล้ว เธอยังชอบแต่ง cosplay และ ชอบหูแมว (อุปกรณ์แต่งคอสฯ) เป็นพิเศษ ฮารุมิมีพี่ชาย 3 คนที่เข้าเรียนในโรงเรียนสอนทำอนิเมชั่น นั่นอาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอสนใจเรื่องพวกนี้  เพื่อนที่สนิทของเธอ(เท่าที่เห็น) น่าจะเป็นจิริ เพราะเป็นคนที่เธอคุยด้วยบ่อยที่สุึดและยังเป็นเพื่อนสมัยเด็ก รวมทั้งความสามารถทางการต่อสู้น่าจะสูสีกัน (ฮา)

อย่างที่เดาๆกัน ชื่อของเธอน่าจะมาจากคำว่า Fujoshi หมายถึง "กลุ่มสาวๆที่คลั่งไคล้การ์ตูนประเภท yaoi"

ขอบอกกับฟูโจชิสาวคนนี้ว่า "ทำไมเธอช่างลักลั่นย้อนแย้งกับโลกแห่งความเป็นจริงเช่นนี้หนอ เหอะๆ"

 

8. Hitou Nami (ฮิโตะ นามิ พากย์โดย Shintani Ryoko)

 

นักเรียนสาว ม.ปลาย ธรรมดาๆ.....ถ้าเขียนแค่นี้ผมคงโดนด่ายับล่ะ เหอะๆ ช่วงต้นเรื่องเธอบอกว่าตนเองเป็นเด็กมีปัญหาจึงไม่ยอมมาโรงเรียน แต่จริงๆแล้วเธอเป็นคนที่อยากจะเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นต่างหาก นามิจึงตั้งใจจะอยู่ที่โรงเรียน ไม่กลับบ้านเพื่อให้คนอื่นยอมรับว่าตนเองมีปัญหา ทว่าเมื่อเจอนักเรียนหลุดโลกกับอาจารย์สุดสิ้นหวัง รวมทั้งบททดสอบ"การอยู่โรงเรียนยามวิกาล"ของคิริและ"การแทรกแซงทางจิตใจ"ของคาฟุกะเข้า จึงหันกลับมาเป็นคนปกติ(แม้เจ้าตัวจะไม่ยอมรับก็เถอะนะ)

ชื่อสมัยเด็กๆที่เพื่อนๆเรียกเธอคือ "นามิเฮ" การเธอไม่ชอบคำว่า"ปกติ"มันมีที่มาอยู่ว่า เมื่อตอนเด็กๆ เพื่อนของเธอคนหนึ่งพูดตอบคำถามอาจารย์ว่า "สนิทกับเพื่อนทุกคน" แต่ สนิทกับนามิแบบ"ปกติ"...เพื่อนคนนั้นชื่อว่า "อันจัง" (หรือที่ผมเรียกว่าแอน....คุ้นๆไหมครับ คนที่ 2 ในข้อมูลตัวละครไง) เธอเข้าใจว่ามันเป็นความหมายที่ไม่ดี คำว่า "ปกติ" จึงเป็นเรื่องฝังใจสำหรับเธอ

ปัจจุบันนามิมีนิสัยขี้สงสัย ทำอะไรแบบเรื่อยๆแบบวัยรุ่น มักคอยห้ามปรามเพื่อนๆเวลาจะทำอะไรเลยเถิด แต่ก็มีบางครั้งที่รั่วบ้าง แถมเธอยังออกมาเป็นตัวเดินเรื่องเกือบทุกตอน ว่ากันจริงๆบทบาทของเธอที่จริงแล้วคือ "นางเอกตัวจริง" ของเรื่องนี้นะ (เล่ม 6 ตอนที่ 55) แต่โดนพวกเหนือมนุษย์ชิงจุดสนใจไปเยอะ (ฮา)

ถ้าอ่านชื่อของเธอติดกัน จะพ้องเสียงกับคำว่า 人並み (hitonami) หมายถึง "พอเหมาะ เหมาะสม ดีพอใช้ ปกติธรรมดา"  

สำหรับตัวละครนี้....."ก็คนปกตินี่นา เหอะๆ"

 

แล้วเจอกันใน part 2 ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ส่วนใหญ่เป็นตัวละครที่"หลุดโลก"ทั้งนั้นเลยแหะsad smile
แต่ก็ฮาอย่างแร๊งงงงงง

#1 By H][m@w@t on 2009-08-30 03:13

มาเยี่ยมเช่นกันค่ะ

ไม่ใช่และ!

เอาลงวิกิไทยเลยท่าน!

นักเรียนน่ารักทุกคน เพราะอาจารย์สุดโฮกสินะ
(พูดหยั่งกะไม่เคยอ่านเรื่องนี้เล้ย)

/ฟังเพลงที่คุณ Kamiya Hiroshi ร้อง (ED2) เป็น 10 รอบ

#2 By Hirumi Arika on 2009-08-31 07:30