[Mini Review] คินดะอิจิ ยอดนักสืบ กับมุมมองของข้าพเจ้า
posted on 27 Nov 2009 19:30 by bk01 in Bookสวัสดีครับ
ต้องขอออกตัวก่อนเลยครับ ว่านิยายในชุดคินดะอิจิ ยอดนักสืบนั้น ตัวผมเองพึ่งอ่านไปได้ 6 เล่มจาก 7 เล่มที่ซื้อมา (ณ.วันนี้ นิยายชุดนี้ออกมาทั้งหมดแล้ว 17 เล่ม) ด้วยความที่ชอบนิยายชุดนี้มากพอสมควร เลยอยากเขียนถึงสิ่งที่ได้จากการอ่านนิยายชุดนี้ในมุมมองของตัวเองครับ (เท่าที่อ่านไป 6 เล่ม)
ชื่อชุดนิยาย - คินดะอิจิ ยอดนักสืบ
ผู้แต่ง - โยโคมิโซะ เซย์ชิ
ผู้แปล - (หลายคน อาทิ เสาวณีย์ นวรัตน์จำรูญ,ชมนาด ศีติสาร ฯลฯ)
สำนักพิมพ์และจัดจำหน่ายในไทย - BLISS
คินดะอิจิ ยอดนักสืบ เป็นนิยายสืบสวนสอบสวนดราม่าที่ขายดี ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น ปริศนาซับซ้อน การสะท้อนปัญหาสังคม และให้แง่คิด จึงทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในญี่ปุ่นและไทย โดยมีจำนวนตอนหลักๆทั้งสิ้น 77 ตอน
ณ.ขณะนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในไทยแล้ว 17 ตอนโดยมีรายชื่อดังนี้
1.ฆาตกรรมในตระกูลอินุงามิ
2.หมู่บ้านแปดหลุมศพ
3.บทเพลงปีศาจ
4.ร่างทรงมรณะ
5.คดีฆาตกรรมบนเกาะโกะกุมน
6.เจดีย์สามเศียร
7.คดีฆาตกรรมเพลงเล่นลูกบอลปีศาจ
8.อย่าออกมาเดินตอนกลางคืน
9.ในห้องที่ปิดตาย (+บ่อพยาบาท และคดีร้านแมวดำ)
10.คฤหาสน์เขาวงกต
11.บุรุษวิญญาณ
12.ผีเสื้อดูดเลือด
13.ผีเสื้ออมตะ (+แผลรูปหน้าคน)
14.ผึ้งนางพญา
15.สัตว์ป่าแสนสวย (+แมวในความมืด และเจ้าสาวผู้หลับใหล)
16.ลูกศรเทพมรณะ (+นายค้างคาวกับคุณนายทาก)
17.เกาะวิญญาณอาถรรณ์ (2 เล่มจบ)
แต่ว่า 17 เล่มนี้ไม่ได้เรียงตามระยะเวลาในเรื่องนะครับ ระยะเวลาที่ดำเนินในเรื่องนั้น ทั้ง 77 ตอนขอให้ทุกท่านติดตามใน Blog ของคุณ ปาฟงหัน ครับ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kenichi-kotani&month=25-10-2008&group=8&gblog=3
ส่วนปีตามตอนต่างๆดังกล่าว รายละเอียดตาม Wikipedia นี้ ครับ
เกี่ยวกับคินดะอิจิ
คินดะอิจิ ยอดนักสืบ มีชื่อจริงว่า คินดะอิจิ โคสุเกะ ตามท้องเรื่องเป็นนักสืบชื่อดังของญี่ปุ่น แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จักตัวจริงของเขาเท่าไหร่นัก ด้วยรูปร่างเล็ก ผอม ไม่สูงมาก ทรงผมยุ่งเป็นรังนกกระจอก ลักษณะการแต่งตัวที่มักจะใส่หมวกผ้ายับยู่ยี่ สวมชุดเสื้อกางเกงฮามากะผ้าขนสัตว์ที่ดูไม่เรียบร้อยทั้งยังเก่าซอมซ่อ ท่าทางเก้งก้างไม่เข้มแข็ง เวลาตื่นเต้นมักพูดติดอ่าง แถมเกาหัวแต่ละครั้งก็มีขี้รังแคร่วงมากมาย ไม่มีราศีและความน่าเชื่อถือเลย (แล้วเอ็งเป็นนักสืบประสาอะไรฟระ เหอะๆ) ว่าง่ายๆดังแต่ชื่อเพราะไขคดีมาเยอะ แต่มีคนรู้จักน้อยเพราะทำตัวไม่เหมือนนักสืบนั่นเอง คิดว่าการไม่ชอบเป็นจุดสนใจของสังคมคงเป็นเหตุผลของเขา
แต่ถึงกระนั้น ตัวเขาก็มีความเป็นนักสืบอยู่ในตัว ช่างสังเกต รอบคอบ มีจิตวิทยาสูง และฝีมือในการต่อสู้อยู่บ้างพอตัว ...มักคิดต่างจากคนอื่น จึงทำให้มองเห็นในจุดที่คนอื่นไม่เห็น ซึ่งมักเป็น missing link นำไปสู่การไขคดีต่างๆให้ลุล่วง
เกี่ยวกับเรื่อง
ฉากของเรื่องนี้เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปี 1947-1980 (ยกเว้นตอนในห้องที่ปิดตาย จะอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนคินดะอิจิจะโดนเกณฑ์ไปเป็นทหาร) เป็นช่วงที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังตั้งไข่อีกรอบ ยุคนั้นแบ่งแยกชั้นวรรณทางสังคมได้เกือบจะชัดเจนคือคนมีฐานะดี ปานกลาง และชนชั้นแรงงาน จึงมีความเหลื่อมล้ำทางสังคม จนเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดคดีต่างๆขึ้น
คดีที่เกิดขึ้นในเรื่องมักจะเป็นคดีที่เกี่ยวกับเรื่อง เงิน ความรัก ความแค้น ความใคร่ การกดขี่ทางเพศ ความแตกต่างของชนชั้นวรรณะ ปัญหาในครอบครัว ซึ่งอย่าว่าแต่ในช่วงยุคดังกล่าวที่จะมีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้น ในปัจจุบันเอง บางส่วนของสังคมก็ยังคงมีเรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นเช่นกัน ซ้ำอาจจะรุนแรงกว่าด้วย
เนื้อเรื่องมีครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นลึกลับ น่ากลัว ชวนขนหัวลุก ขยะแขยง น่ารังเกียจ พิลึกพิลั่น น่าแปลกใจ ตลก เศร้าเคล้าน้ำตา สนุกตื่นแต้น โรแมนติก แต่ก็ใช่ว่าจะมีครบทั้งหมดรวมในแต่ละเล่มทุกเล่ม หากแต่กระจายออกไปในแต่ละตอน ของเรื่อง ของเล่มนั้นๆ
ภาควิจารณ์
ยอมรับว่าเมื่อได้อ่านไปแล้วจะวางไม่ลงครับ การวางเรื่องที่ดี การดำเนินเรื่องน่าติดตาม บทแปลเรียบเรียงด้วยภาษาสละสลวย บรรยากาศในเรื่องที่ชวนหลงใหล ความลงตัวเหล่านี้ทำให้เรื่องกลมกล่อม
ในการติดตามเนื้อเรื่อง บางเล่มเราจะมองในมุมมองของบุคคลที่สอง หรือผู้เสียหาย ไม่ได้มองในมุมของคินดะอิจิ หรือในมุมที่เขียนให้อ่าน(บุคคลที่สาม)แต่เพียงอย่างเดียว แต่ก็มีข้อเสีออยู่เพราะจะทำให้บทบาทของคินดะอิจิในเล่มนั้นน้อยมาก
ปริศนาซับซ้อน ที่แม้จะถูกแต่งมานานแล้วแต่ก็ยังอ่านสนุก เดาทางไม่(ค่อย)ออก อาจจะมีบ้างที่บางจุดอรัมภบมนานเกินไป หรือสรุปเรื่องเร็วไป อ่านแล้วงงๆเนื่องด้วยสถานที่หรือเหตุอื่นใดในเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ทำให้การอ่านติดขัดนัก
เมื่ออ่านไปแล้ว สิ่งที่จะได้จากเรื่องนี้มีมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นความมีสติในความรัก โลภ โกรธ หลง อย่าใช้ชีวิตโดยประมาท ไม่ควรมองใครแต่เปลือกนอก การทำความดีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ที่สำคัญที่อสุดคือ "การให้อภัย"ไม่อาฆาต ก็สามารถทำให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ต้องพัวพันเรื่องร้ายๆ จะเรียกว่าเรื่องนี้ยังทันสมัย สามารถปรับใช้ในทุกยุคสมัยได้ครับ
เก็บตก (บทสรุป)
ถือเป็นนิยายชุดอีกหนึ่งเรื่องที่น่าติดตามครับ รูปเล่มทำออกมางดงาม เนื้อกระดาษดี อ่านแล้วสบายตา ผู้แปลนอกจากแปลได้ดีแล้ว ยังเรียบเรียงภาษาได้สวยงาม เข้าถึงเนื้อเรื่อง
จะมีตำหนิก็เป็นการแชร์บทตัวละครบางเล่ม รวมถึงความเชื่องช้าในบางจุดของเรื่องที่บางครั้งไม่ได้มีความจำเป็นต่อเนื้อหาเท่าไหร่นัก
คะแนน 4.5/5.0
อยู่ในระดับควรเก็บสะสม นอกจากได้ความบันเทิงแล้ว ยังได้แง่คิดมุมมอง การใช้ชีวิตในสังคมครับ
จบแล้วครับ
ขอบคุณมากๆครับที่ติดตาม
